Welcome to Hongmarnz.com : Together, We make it better
 Together We Make It Better !!!
 JUST SAY NO!!!
 
 

 แบบสำรวจ
ใครจะเป็นดาวเด่นของหงส์ในฤดูกาลนี้

Sterling
Lovren
Hendo
Sturridge
Balotelli
Moreno
Can
Lallana
Lambert
Coutinho
Allen
Markovic



ผลสำรวจ
แบบสำรวจอื่นๆ

จำนวนผู้ลงคะแนน: 27
คำแนะนำ: 0

 HMZ FOOTBALL TEAM
สมัครทีม HMZ FOOTBALL CLUB 
HMZ FOOTBALL CLUB
CLICK HERE TO JOIN US
 
ภาพบรรยากาศ
 HMZ TRADITIONAL CUP 2012

 HMZ HA-HEY!!
BeHa!The Match 

ตลกขำขัน HMZ#3 
cartoon marnz
ตอน Y.N.W.A.

หงส์แดงนิวส์ #6 

LFC 1-0 STOKE
 

 เมนูหลัก
 หน้าแรก :
 หน้าแรก
 เผยแพร่เรื่อง
 เรื่องทั้งหมด
 ค้นหา
 หัวข้อเรื่อง
 สำหรับสมาชิก :
 รายนามสมาชิก
 เข้าสู่ระบบ
 ข่าวสารส่วนตัว
 ร่วมด้วยช่วยกัน :
 กระดานข่าว
 ติดต่อสอบถาม
 แนะนำบอกต่อ
 เว็บลิงก์
 
 ดาวน์โหลด
 
 ข้อมูลสถิติ :
 สถิติการเข้าชม
 ยอดฮิตติดอันดับ
 แบบสำรวจ
 คู่มือ/เอกสาร :
 เรื่องพิเศษ
 เนื้อหาสาระ
 ถาม/ตอบ
 บทวิจารณ์
 พจนานุกรม

 User menu
สวัสดี, Anonymous
ชื่อเรียก
รหัสผ่าน
(สมัครสมาชิก)
ข้อมูลสมาชิก:
สมาชิกคนล่าสุด: RGrooms
สมาชิกใหม่วันนี้: 0
สมาชิกใหม่เมื่อวาน: 0
สมาชิกทั้งหมด: 42115

ผู้ที่กำลังใช้งานขณะนี้:
บุคคลทั่วไป: 251
สมาชิก: 1
ทั้งหมด: 252

กำลังใช้งานขณะนี้:
01 : ขุนแผน

HongmarnZ.com :: ดูกระทู้ - [บทความ]10 เหตุผลทางแทคติคที่จะนำหงส์คืนความยิ่งใหญ่ Part I
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

[บทความ]10 เหตุผลทางแทคติคที่จะนำหงส์คืนความยิ่งใหญ่ Part I
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    HongmarnZ.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> Marnz's Hot News
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
Amanda_Kop
เหยี่ยวข่าวมารZ
เหยี่ยวข่าวมารZ


เข้าร่วมเมื่อ: 17/07/2008
ตอบ: 9914
ที่อยู่: ++ Canberra, Australia ++

ตอบตอบ: 26/06/2011 12:30 pm    ชื่อกระทู้: [บทความ]10 เหตุผลทางแทคติคที่จะนำหงส์คืนความยิ่งใหญ่ Part I ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ที่มา: TomkinTimes
บทความโดย: Mihail
แปล: Amanda_Kop



พวกเราทุกคนต่างรู้กันดีว่าฤดูกาลที่เพิ่งผ่านพ้นเป็นฤดูกาลแห่งความผกผันของสโมสรฤดูกาลหนึ่งอย่างแท้จริงทั้งเรื่องในและนอกสนาม ในขณะที่เรื่องราวแห่งความวุ่นวายได้รับการแก้ไขในตอนปลายเดือน ต.ค. แต่พวกเราต้องรอกันถึงปีใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงโคชและพัฒนาการจากสตาฟในประเด็นเรื่องการเล่นของทีม ดังนั้นที่ผ่านมาอะไรที่ถือเป็นความเปลี่ยนแปลง และมันเป็นเหตุผลหนึ่งให้เรามองอนาคตในแง่ดีใช่หรือไม่? หากแต่มันไม่ใช่เหตุผลเพียงข้อเดียว แต่มีถึง 10 เหตุผล ดังนี้



1 – การกลับมาของการเล่นแบบ “Pass and Move”

เหมือนมันเป็นความแตกต่างมหาศาลกับปรัชญาการเล่นแบบ “บอลยาวและถอยรับลึก” ภายใต้การคุมทีมของ Roy Hodgson ตำนานอย่าง Kenny Dalglish นำพาแนวทางการเล่นเกมส์รุกของทีม Liverpool ไปยังจุดที่เคยโด่งดังในอดีตอีกครั้ง ทีมกลับมาเล่นแบบสร้างสรรค์เกมส์ การเล่นด้วยการผ่านบอลชิ่งเร็วในครั้งเดียว ทุกอย่างหลอมรวมเข้าด้วยกันด้วยกาเคลื่อนที่ขณะไม่มีบอลแบบชาญฉลาดและวิ่งไม่ลดละ ทีมมีแนวทางการเล่นใหม่ที่เหมือนกันในอดีตอีกครั้ง ในตอนที่ผู้เล่นคนหนึ่งได้รับบอลนักเตะคนนั้นควรผ่านบอลด้วยความรวดเร็วด้วยการมีวิสัยทัศน์และต้องมีเป้าหมายที่ดีด้วย หลังจากนั้นเคลื่อนที่เพื่อหาพื้นที่ในการรับบอลอีกครั้ง

นับตั้งแต่เรื่องนี้เกิดขึ้นการครองบอลของทีม Liverpool ต่อเกมส์ดีขึ้นอย่างมาก ภายใต้การทำทีมของ Hodgson ในการเล่นกับทีมอย่าง Wolves และ Blackpool ที่ไม่ใช่แค่เพียงทีมเหล่านั้นสามารถเอาชนะ Liverpool ได้เท่านั้นหากแต่ทีมเหล่านั้นยังสามารถบงการเกมส์ในการเล่นเจอทีม Liverpool ที่สนามแอนฟิลด์ได้อีกด้วย ในช่วงท้ายฤดูกาล Liverpool เป็นรองแค่เพียง Arsenal ทีมเดียวเท่านั้นในการครองเกมส์ด้วยค่าเฉลี่ย 52% และมีอัตราการผ่านบอลสำเร็จสูงถึง 77% (ทีม Arsenal ครองเกมส์ได้ 60% และผ่านบอลสำเร็จที่ 85%) อย่างไรก็ตามภายใต้การทำทีมของ Hodgson สถิติเลวร้ายมาก สถิติน้อยกว่านี้ถึง 5% ไม่ใช่เรื่องเกินจริงทำให้ทีม Liverpool มีสถิติที่เลวร้ายกว่าทีมอย่าง West Brom, Wolves, Blackpool, Aston Villa และ Sunderland ด้วยซ้ำ

เกมส์ที่ดีที่สุดของ Hodgson คือการเล่นในบ้านเจอกับทีมอย่าง West Ham United ที่ครองบอลได้จำนวน 59% และผ่านบอลสำเร็จอยู่ที่ 80%) และเกมส์เจอกับทีม Aston Villa (ครองเกมส์ได้ 49% และผ่านบอลสำเร็จ 78%) ทั้งสองเกมส์ที่กล่าวมาทีม Liverpool เอาชนะได้ 3-0 อีกมุมหนึ่งทีมของ Dalglish บงการเกมส์ได้หมดมีน้อยมากที่จะไม่เป็นอย่างนั้น (เช่นในเกมส์เจอกับทีมอย่าง Fulham และ Wigan Athletic) แม้กระทั่งในการเล่นเจอกับทีมอย่าง Manchester United ที่ทีมว่าที่แชมป์ในตอนนั้นครองเกมส์ได้ถึง 58% ทีม Liverpool ก็ไม่ปล่อยให้ผลการแข่งขันของเกมส์นั้นหลุดมือไป

สองตัวอย่างที่ดีที่สุดในการเล่นสไตล์ใหม่ที่เน้นการบุกบีบเกมส์คู่แข่งก็คือเกมส์ที่เอาชนะทีม Manchester City ไปได้ถึง 3-0 (ครองบอลได้ 53% และผ่านบอลสำเร็จ 77%) และเกมส์ที่สามารถเอาชนะทีม Birmingham ได้ 5-0 (ครองบอลได้ 51% และผ่านบอลสำเร็จ 77%) บางคนอาจคิดว่าเกมส์ในการเจอกับทีม Fulham เป็นเกมส์ที่ดีที่สุดในเรื่องของรูปแบบกาเล่น แต่การครองเกมส์ในภาพรวมและฟอร์มกานเล่นตลอดเกมส์แล้วเกมส์ต่างๆ ที่กล่าวมาเป็นสิ่งที่ทีม Liverpool ควรตั้งเป้าหมายให้เป็นอย่างนั้นในอนาคต Hodgson ไม่ใช่คนที่ไม่มีศักยภาพในการเล่นฟุตบอลที่ดีได้แต่ก็น้อยครั้งมากที่เขาจะสามารถทำอย่างนั้นได้ แต่ในรายของ Dalglish ใช้แนวทางการเล่นแบบ Pass & Move ในทุกเกมส์ยกเว้นเกมส์เจอกับทีมอย่าง Arsenal ซึ่งเขาและ Clarke เลือกให้แทคติคแบบตั้งรับเข้าสู้



2 – การเล่นกดดันสูงในแดนคู่แข่ง

ในช่วงต้นฤดูกาล Hodgson ยึดติดกับระบบการเล่นแบบ 4-2-3-1 และนั่นเป็นแนวทางการเล่นหลักของเอลบอส Rafa Benitez ในช่วงเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงเขาเปลี่ยนมาใช้ระบบการเล่นแบบ 4-4-2 ที่สร้างความสำเร็จให้กับเขากับทีม Fulham บอสอย่าง Dalglish ออกสตาร์ทโดยการใช้ระบบการเล่นระหว่างแบบ 4-2-3-1 และ 4-3-3 ในช่วงเกมส์แรกเช่นกัน (เกมส์ FA Cup เจอกับทีม Manchester United) แต่หลังจากนั้นสร้างความช็อคให้กับสื่อของอังกฤษโดยการใช้ระบบการเล่นแบบ 3-4-2-1 ในการเล่นกับทีม Stoke City และระบบการเล่นแบบ 5-3-1-1 ในการเล่นเจอกับทีม Chelsea หลังจากที่ Suarez ฟิตกลับมาบอสชาวสก็อตกลับมาใช้ระบบการเล่นแบบ 4-4-2 อย่างไรก็ตามเหมือนที่พวกเราทั้งหมดรู้กันดี ระบบการเล่นแบบ 4-4-2 อาจมีความแตกต่างกันอยู่ในที แม้การใช้นักเตะหากดูผิวเผินอาจเหมือนกันก็ตาม (ด้วยการที่ Carroll มีปัญหาบาดเจ็บการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเพียงอย่างเดียวก็คือการเปลี่ยนจาก Fernando Torres เป็น Luis Suarez) ดังนั้นระบบการเล่นแบบ 4-4-2 ของ Dalglish มันดูยืดหยุ่นกว่าของคนอื่นมากมาย

แทคติกหลักของ Hodgson ก็คือการตั้งเกมส์รับแบบ 4 คน 2 แผงเพื่อตั้งรับให้ลึกและเฝ้ารอโอกาสในการเล่นเกมส์โต้กลับ การเล่นในแผงมิดฟิลด์ยืนเรียงกันเป็นแถวเดียวเช่นเดียวกับแผงกองหน้า 2 คนที่ยืนเรียงกัน การทำอย่างนั้นจะทำให้เกิดรูโหว่าใหญ่ยักษ์ขึ้นระหว่างแนวรุกกับแผงมิดฟิลด์ขึ้น และตรงนั้นจะทำให้ทีมคู่แข่งสามารถใช้ประโยชน์ได้และทีม Liverpool ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เช่นกัน ในตอนนั้น Torres คือกองหน้าตัวเป้าที่ต้องหันหลังให้กับประตูคู่แข่งต้องครองบอลรอเวลาให้เพื่อนร่วมทีมขึ้นมาเสริม แน่นอนว่ามันไม่ใช่การใช้ประโยชน์จากพรสวรรค์ของเขาอย่างแน่นอน บางนัด N’Gog และ Torres ได้เล่นพร้อมกันในบทบาทเดียวกัน ในฟุตบอลยุคใหม่เรื่องนี้มันเป็นการฆ่าตัวตายทางแทคติคชัดเจน ทุกอย่างรวมกันทำให้ทีม Liverpool ต้องตกไปอยู่ในโซนหล่นชั้นและทีม Liverpool อยู่ในอันดับ 12 เท่านั้นในตอนที่ทาง Hodgson ตัดสินใจจากทีมไปด้วยดี

ในยุคของ The King เขามาพร้อมกับระบบการเล่นแบบ Pass & Move ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเน้นการเคลื่อนที่ของนักเตะ ด้วยการที่ Torres ได้จากไปแล้วมันมีทางเลือกในแดนหน้าที่แตกต่างออกไป Suarez เข้ามาเล่นในพื้นที่ระหว่างแผงมิดฟิลด์และแนวรุกซึ่งเขาทำผลงานได้ดีมาก การเข้ามาของเขามันทำให้เกิดผลทางแทคติคใหม่ๆ อดีตกัปตันทีม Ajax เป็นตัวอย่างของการเล่นเกมส์รุกได้อย่างดี แม้ว่าเขาจะถือเป็นกองหน้าแต่เขาก็จะถอยลงมาเล่นต่ำกว่าเพื่อเปิดพื้นที่ให้กับคู่กองหน้าที่เล่นด้วย รวมทั้งเปิดพื้นที่ให้กับปีกให้สามารถตัดเข้าในได้ บรรดากองหลังคู่แข่งจะสับสนว่าจะต้องใช้กองหลังคนหนึ่งไล่ประกบเขาดีหรือไม่ แต่ต้องแลกด้วยการเปิดพื้นที่ในแนวรับด้วย หรือจะใช้มิดฟิลด์สักคนในการไล่ประกบเขาดี แต่ยิ่งแล้วใหญ่จะเป็นการเปิดพื้นที่ในแผงมิดฟิลด์ของคู่แข่งทำให้ทีม Liverpool ได้ผ่านบอล ครองบอลและสร้างสรรค์เกมส์ได้มากขึ้นด้วย การที่เขาชอบเลี้ยงพาบอลไปทำให้กองหลังต้องจับตาอยู่ตลอด (เขาเลี้ยงบอลสำเร็จด้วยอัตรา 3.2 ต่อเกมส์) นอกจากนี้การผ่านบอลของเขายังเป็นการเปิดแนวรับคู่แข่ง Suarez จบฤดูกาลด้วยการผ่านบอลที่สำคัญสำเร็จด้วยอัตราถึง 1.92 ต่อเกมส์ เป็นรองแค่เพียง Merieles (2.0) และ Gerrard (2.52) การผ่านบอลสำเร็จของเขาอยู่สูงถึง 73% ยิ่งน่าประทับใจเข้าไปใหญ่หากคิดถึงเรื่องที่ว่าบอลผ่านของเขานั้นส่วนใหม่แล้วเขาจะมองถึงการผ่านบอลแบบ Killer Pass หรือการผ่านบอลแบบได้เสียแทนที่จะเป็นการผ่านบอลง่ายๆ ให้กับเพื่อนร่วมทีม

สิ่งที่น่าประทับใจมากยิ่งกว่านั้นก็คือนี่เป็นแค่ 6 เดือนแรกของเขาเท่านั้นเองในลีคที่ถือว่าเป็นลีคที่ดีที่สุดในโลกพร้อมกับการเข้าร่วมทีมใหม่ภายใต้โคชคนใหม่ด้วย นอกจากนี้เขายังไม่ได้เล่นมาร่วม 2 เดือนในช่วงที่อยู่ในฮอลแลนด์ (เขาถูกแบนเพราะดันไปงับคอคู่แข่ง) ในตอนอยู่กับทีม Liverpool เขาทำแอสซิสต์ได้ถึง 3 ครั้งและทำทางบอลทางอ้อมนำไปสู่ประตูได้อีกมากมาย รวมทั้งการทำฟาล์วเป็นประตูด้วย การเล่นอย่างนี้ของเขาพร้อมมีเบอร์เสื้อหมายเลข 7 บนหลัง ตอนนี้เขาถูกนำไปเปรียบเทียบกับผู้จัดการทีมคนปัจจุบันของเขาและของ Liverpool เรียบร้อยแล้ว

การเล่นของกองหน้าอุรุกวัยทำให้เพื่อนร่วมทีมคนอื่นได้ฉายแววด้วย แต่ก่อน Dirk Kuyt ดูเหมือนจะเคลื่อนที่ได้ไม่ดีนัก ขาดการสร้างสรรค์เกม์และไม่มีเรื่องเทคนิค แต่ภายใต้การทำทีมของ Dalglish เขามีทุกอย่างที่ว่ามามีศักยภาพในการเล่นทั้งเป็นแบบตัวฟรีหรือการเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้า ตัวรุกฮอลแลนด์มีการผ่านบอลสำเร็จถึง 74% อัตราการผ่านบอลสำคัญอยู่ที่ 1.7 ต่อเกมส์ (เป็นอันดับ 4 ของทีมเป็นรอง Suarez) อีกทั้งยังเป็นคนที่เลี้ยงบอลฝ่าแนวรับคู่แข่งสำเร็จได้สูงมากคนหนึ่งของทีมด้วย อัตราแอสซิสต์อยู่ที่ 7 ครั้ง

เกมส์ในบ้าน (โดยเฉพาะในการเล่นเจอกับทีมอย่าง Birmingham City และ Newcastle United) ทั้ง Suarez และ Kuyt เล่นในบทบาทที่คล้ายคลึงกัน แต่พวกเขาเข้าใจกันและกันมากขึ้น ดูเหมือนว่าเขาจะซ้อมการเคลื่อนที่แบบนั้นในสนามซ้อมด้วย หลังจากนั้นพวกเขาสามารถแบ่งหน้าที่กันโดยมีคนหนึ่งถอยลงต่ำแต่อีกคนจะยืนค้ำด้านหน้าเพื่อเป็นหัวหอกในเกมส์รุก แม้แต่นักเตะอย่าง Meireles ก็แสดงให้เห็นว่าสามารถเล่นในตำแหน่งนั้นได้ สามารถทำประตูได้ในบทบาทของการดันเกมส์ขึ้นไปจากแผงมิดฟิลด์ ตรงกันข้ามกับแนวทางของทั้ง Suarez และ Kuyt นักเตะอย่าง Meireles เสริมขึ้นไปจากพื้นที่ลึกในแผงมิดฟิลด์ นั่นแสดงให้เห็นว่าแทคติคของทีม Liverpool ในฤดูกาลใหม่จะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น



3 – การเล่นเกมส์รับโดยการปล่อยบอลออกไปจากพื้นที่เกมส์รับ

ภายใต้การทำทีมของ Hodgson นักเตะในตำแหน่งฟูลแบ็คคือกองหลังขนานแท้ พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้บุกขึ้นหน้าและวิ่งสอดประสานกับปีก ปราการหลังตัวกลางและประตูต้องเล่นแบบปลอดภัยไว้ก่อนต้องเคลียร์บอลทิ้งออกไปในทุกสถานการณ์ นั่นทำให้ Agger ไม่สามารถแสดงศักยภาพในการผ่านบอลได้ ส่วน Reina ก็ไม่สามารถใช้ศักยภาพในการผ่านบอลที่สุดยอดได้ ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเลยที่นักเตะอย่าง Konchesky จะเหมาะสมกับระบบการเล่นของ Hodgson มากกว่า Aurelio และนักเตะอย่าง Johnson เล่นผิดพลาดเยอะมาก Agger ไม่ได้ลงสนาม มีกองหลังเพียง Carragher, Kyrgiakos และ Skrtel เท่านั้นที่ดูเหมือนจะเล่นได้ดี Martin Kelly ไม่ได้อยู่ในทีมชุดใหญ่ด้วยซ้ำได้ลงสนามแค่เพียงสองนัดและต้องบาดเจ็บไปหลังจากนั้น ดังนั้นในตอนที่ Johnson ไม่ได้ลงสนาม Carragher ได้ไปเล่นในตำแหน่งแบ็กขวาทำให้การเติมเกมส์ขึ้นหน้าแย่มากจนทำให้นึกถึงยุคเลวร้ายภายใต้การคุมทีมของ Houllier ที่เน้นการเล่นโดยใช้ฟูลแบ็คแบบกองหลังของแท้สองคน

การเล่นเกมส์รับโดยใช้ Konchesky, Skrtel, Kyrgiakos และ Carragher นั้นสามารถเข้าใจได้ว่าพวกเขาก็แค่เคลียร์ทิ้งบอลขึ้นหน้าไป นั่นทำให้ Torres ต้องวิ่งบ้าไล่บอลในแดนคู่แข่ง ทีมที่มีเกมส์รับอย่างนี้ต้องแพ้ให้กับทีม Everton นอกบ้านไป 2-0 หลังจากนั้นเอาชนะทีม Blackburn Rovers ได้ 2-1 ในบ้าน เอาชนะทีม Bolton Wanderers ได้เฉียดฉิว 1-0 ก่อนที่จะแพ้ให้กับ Stoke City ไป 2-0 ในการเล่น 4 เกมส์ต้องแพ้เกมส์ศูนย์ไปถึง 2 นัด เอาชนะได้ 2 นัดด้วยการยิงประตูได้นัดละหนึ่งประตู ในทั้ง 4 เกมส์ทีม Liverpool มีการครองบอลได้ดีกว่าคู่แข่งแต่ไม่ได้เป็นการครองบอลที่มีเป้าหมายมากนัก ในเกมส์กับ Everton ได้ครองบอลถึง 67% ทีมทอฟฟี่เมนตั้งรับลึกเพื่อกุมความได้เปรียบเอาไว้ ในเกมส์กับทีม Blackburn ที่ได้ครองบอล 57% ทีมคู่แข่งเล่นบอลได้ย่ำแย่มากและทีมกุหลาบไฟต้องสูญเสียกัปตันทีมรวมทั้งสองเซนเตอร์ตัวจริงไปด้วย ในเกมส์กับทีม Bolton ที่ได้ครองบอล 59% ทีมคู่แข่งเล่นบอลสาดยาว ส่วนทีม Liverpool มีมิดฟิลด์จำนวนมากขึ้น การเล่นเจอกับทีม Stoke ได้ครองบอล 60% ทีมคู่แข่งก็เล่นบอลยาวเช่นกันแต่การครองบอลของทั้งสองทีมก็ไม่มีเป้าหมายมากมายนัก

หนึ่งในสิ่งแรกๆ ที่บอส Dalglish ทำก็คือการปล่อยตัว Konchesky ให้ออกไปเล่นกับทีม Nottingham Forest แบบยืมตัว Aurelio ในช่วงที่กลับมาฟิตได้ออกสตาร์ทตัวจริงและทำให้กองหลังมีศักยภาพทางเทคนิคในการเล่นกับบอล Agger และ Johnson ถูกนำเข้ามาเล่นในเกมส์รับอย่างต่อเนื่อง โดยในรายหลังมักถูกใช้ในตำแหน่งวิงแบ็คซ้ายเนื่องจาก Aurelio ต้องบาดเจ็บไป Kelly ได้เล่นเยอะขึ้นมากในตำแหน่งแบ็กขวา นั่นทำให้ทีมมีทางเลือกในการเล่นเกมส์รุกขึ้นหน้าได้มากขึ้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือนักเตะในตำแหน่งมิดฟิลด์

การเข้ามาเล่นของ Agger ทีม Liverpool ไม่เสียประตูแม้แต่ลูกเดียวในการเล่นในรายการ Premier League ในช่วงที่เขาอยู่ในสนาม ทีมสามารถเอาชนะได้ทุกเกมส์ถึง 5 เกมส์ แต่โชคไม่ดีมันเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลแห่งการบาดเจ็บของ Agger แม้เขาจะมีอัตราการผ่านบอลสำเร็จสูงถึง 76% มีอัตราการผ่านบอลที่สำคัญน้อยกว่า 1 อยู่นิดหน่อยในทุก 5 เกมส์ แม้แต่นักเตะดาวรุ่งอย่าง Flanagan และ Robinson ก็ได้รับโอกาสให้ลงเล่นต่อเนื่องในทีมชุดใหญ่ นั่นให้พวกเขาได้รับประสบการณ์ที่สำคัญด้วย ทีม Liverpool จบฤดูกาลด้วยการผ่านบอลสั้น 391 ครั้งต่อเกมส์และการผ่านบอลยาว 64 ครั้งต่อเกมส์ หากเปรียบเทียบกับทีม Arsenal พวกเขาผ่านบอลสั้น 493 ครั้งต่อเกมส์และการผ่านบอลยาว 45 ครั้งต่อเกมส์ หากนำเรื่องทั้งหมดมาพิจารณามันเป็นเรื่องน่าสนใจอย่างยิ่งว่าหาก Dalglish ได้คุมทีมตลอดทั้ง 38 เกมส์มันจะเป็นอย่างไร ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าสถิติต่างๆ จะดีขึ้นกว่านี้อีก



4 – ความไหลลื่นในแผงมิดฟิลด์

ในตอนต้นฤดูกาล Poulsen ได้เล่นเกือบทุกสัปดาห์จนบอส Hodgson ต้องยอมรับว่าเขาไม่เหมาะกับความเร็วเกมส์ในระดับ Premier League นักเตะอย่าง Kuyt ได้เข้าไปเล่นในตำแหน่งนั้นซึ่งเขาไม่ค่อยได้เล่นในตำแหน่งนั้นบ่อยนัก เขาทำประตูได้เพียงหนึ่งลูก Meireles เล่นหลุดไปเลยในการเล่นมิดฟิลด์ด้านขวาทำให้กูรูและแฟนบอลทั้งหลายปรามาสว่าเขาคือนักเตะที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง Gerrard ถูกเงาของตัวเองบดบัง Maxi ต้องเข้าๆ ออกๆ ในทีมและทำประตูสำคัญได้เพียงหนึ่งลูกในเกมส์เยือน Bolton (โดยรวมยิงภายใต้การคุมทีมของ Hodgson ได้ 3 ประตู) Spearing และ Shelvey อย่างดีที่สุดก็ถูกมองว่าเป็นนักเตะในทีม B Lucas คือนักเตะที่ถือว่าเล่นได้ดีมีความตั้งใจและมีความพยายามในการเล่นมิดฟิลด์เกมส์รับ แต่ในเกมส์รุกแล้วเขาก็ทำอะไรไม่ได้มากมายนัก

การขาดความยืดหยุ่นของทีมบเป็นบางอย่างที่ผมเคยออกมาบ่นไปก่อนหน้านี้และไม่มีจุดไหนที่เห็นได้ชัดไปกว่าในแผงมิดฟิลด์อีกแล้ว ปีกทั้งสองข้างไม่สามารถเปิดเกมส์บุกขึ้นหน้าได้อย่างรวดเร็วเพื่อกุมความได้เปรียบจากบอลยาวจากแผงกองหลัง Torres ขาดศักยภาพในการครองบอลไว้กับตัวเพื่อรอเพื่อนร่วมทีมขึ้นมาเสริม ทีมต้องพ่ายแพ้ในการเล่นลูกกลางอากาศและการครองบอลให้กับทีมคู่แข่ง มีแค่ช่วงการมาถึงทั้ง Dalglish และ Suarez เท่านั้นที่ทำให้ Liverpool เริ่มสร้างสรรค์เกมส์ได้ในพื้นที่คู่แข่ง ปีกในระบบ 4-4-2 ณ ตอนนี้มีอิสระในการพาบอลไปถึงเส้นหลังหรือการเลี้ยงตัดเข้าใน พวกเขายังได้รับการช่วยเหลือจากฟูลแบ็คที่นอกจากจะคัพเวอร์พวกเขาแล้ว ยังมีการวิ่งแลกสลับขึ้นหน้าก้บปีได้ด้วยในช่วงที่ปีกเคลื่อนที่เข้ามาในพื้นที่กลางสนาม การเคลื่อนไหวเหล่านี้มันหมายความว่าพื้นที่ในสนามส่วนใหญ่จะมีนักเตะคัพเวอร์มากขึ้น นอกจากนี้ Suarez ยังวิ่งส่ายไปทั่วในพื้นที่ระหว่างมิดฟิลด์และกองหน้าด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้านปีกหรือพื้นที่กลางสนาม

มิดฟิลด์ตัวกลางสามารถแบ่งมอบความรับผิดชอบได้ ด้วยการสื่อสารระหว่างกันที่ดีมิดฟิลด์หนึ่งคนสามารถเติมเกมส์ขึ้นหน้าไปได้ ในขณะที่อีกคนหนึ่งจะถอยต่ำลงมานิดเพื่อทดแทนพื้นที่ในตำแหน่งที่นักเตะมิดฟิลด์เติมขึ้นหน้าไป ทั้ง Lucas และ Spearing สามารถทำงานตรงนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งการทดแทนตำแหน่งกองหลัง วิ่งพล่านไปทั่วในแดนมิดฟิลด์ ผ่านบอลทั้งสั้นและยาวเพื่อกำหนดจังหวะการเล่นของเกมส์ เมื่อมีโอกาสไม่ลังเลที่จะบุกตะลุยขึ้นหน้าไป นักเตะทั้งสองคนจบฤดูกาลด้วยการผ่านบอลสำเร็จสูงเกินกว่า 80% และมีอัตราการผ่านบอลสำคัญอยู่ที่ 0.6 และ 0.7 ต่อเกมส์ตามลำดับ สิ่งตอกย้ำความเป็นเอนกประสงค์ของพวกเขานั้นแสดงให้เห็นด้วยการผ่านบอลยาวสำเร็จ 3 ครั้งต่อเกมส์

Meireles ที่ครั้งหนึ่งเหมือนจะไม่ใช่ปีกขวาระดับมืออาชีพในยุคของ Hodgson เริ่มต้นแสดงวิสัยทัศน์ในการผ่านบอล รวมทั้งความตั้งในการเล่นทั้งสองปีกของสนาม เขามีศักยภาพที่เพียงพอในการเล่นเกมส์รับด้วย ลงไปช่วยเกมส์รับในตอนที่ทีมเสียบอลเพื่อปกป้องพื้นที่ของฟูลแบ็ค ยกตัวอย่างเช่นในเกมส์กับทีม Manchester City นักเตะอย่าง Meireles แสดงให้เห็นว่าแม้ต้องเล่นทางปีกซ้ายเขาก็มีศักยภาพในการพาบอลตัดเข้าใน การเลี้ยงพาบอลเลาะเส้น รวมทั้งการผ่านบอลยาวไปอีกฝั่งหนึ่ง Carroll ทำประตูที่สองได้ก็เพราะการเล่นแบบนี้ ในอีกเหตุการณ์หนึ่งก็คือการที่เขาวิ่งไล่เส้นด้านขวาเพื่อเล่นร่วมกับ Suarez นั้นเป็นอะไรที่น่าดูชมมาก นอกจากนี้ความมีจิตวิญญาณในเกมส์รุกของเขานั้นต้องถือว่าจมูกไวมาก การวิ่งเติมเกมส์ของเขาเข้าไปในพื้นที่คู่แข่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นอาวุธที่สำคัญของทีม Liverpool

Maxi Rodriguez เป็นนักเตะที่อีกคนที่หลายคนอยากจะตราหน้าว่าเป็นความล้มเหลวในยุคของ Rafa แต่เขาจบฤดูกาลด้วยการยิงถึง 10 ประตู ในจำนวนนั้นยิงได้ถึง 7 ประตูในการเล่นเป็นปีกซ้ายภายใต้การคุมทีมของ Dalglish ศักยภาพของเขาได้รับการพิสูจน์แล้วที่ Atletico และกับทีมชาติอาร์เจนตินา ในการเล่นในยุค Rafa ด้วยระบบ 4-2-3-1 และระบบการเล่นของ Dalglish แบบ 4-4-2 เขาได้รับอิสระในการเล่นตามสัญชาตญาณในเกมส์รุก แทนที่จะมีการจำกัดบทบาทในการเล่นในตำแหน่งปีกภายใต้ยุค Hodgson ในยุคของ Benitez เขาต้องการเวลาในการปรับตัวจนเริ่มต้นฉายแววได้บ้างในตอนท้ายฤดูกาล 2009/10 ภายใต้การคุมทีมของ Dalglish เขาแสดงให้เห็นแล้วว่ายิ่งกว่ามีศักยภาพในการมีบทบาทสำคัญกับทีมในฤดูกาล 2011/12 ที่จะมาถึง



5 – มีทางเลือกในการยิงประตูมากกว่าหนึ่งหนทาง

ในยุคของ Benitez ชัดเจนว่าทีมถูกสร้างมาเพื่อมี Torres เป็นแกนกลาง นักเตะที่สามารถทำประตูได้บ่อยครั้งก็คือมิดฟิลด์ทั้งสามคนที่อยู่ข้างหลังเขาภายใต้ระบบ 4-2-3-1 ทีมของ Hodgson ถูกสร้างมาเพื่อไม่ให้ทีมเสียประตูแทนที่จะสร้างทีมโดยมีนักเตะบางคนเป็นแกนกลาง ในช่วงที่บอส Dalglish เข้ามาทำทีม Liverpool เหมือนจะมีทางเลือกในแนวรุกหลายทางที่แตกต่างกันออกไปและเปิดโอกาสให้ผู้เล่นในหลายตำแหน่งมีโอกาสยิงประตู ภายใต้การทำทีมของ Hodgson ทีมทำประตูได้ 24 ใน 20 เกมส์หรือเฉลี่ย 1.2 ประตูต่อเกมส์ ส่วน Dalglish ทำให้ทีมพัฒนาขึ้นมากยิงประตูได้ 35 ประตูใน 18 เกมส์เฉลี่ย 1.94 ประตูต่อเกมส์



การเล่นแบบไหลลื่นของ Dalglish เปิดโอกาสให้มีการเติมเกมส์บุกจากผู้เล่นที่อยู่ในแนวลึก ทำให้สามารถสร้างสรรค์โอกาสในการทำประตูได้มากขึ้น ผลก็คือสามารถทำประตูได้มากขึ้นด้วย นี่คือข้อมูลที่น่าสนใจของทีม Liverpool




Part II to be continued………..

Based entirely on the article “Ten Tactical Reasons To Be Optimistic – Part 1” by Mihail

___________________________
++ ข่าวหรือบทความนี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของ hongmarnz ผู้ต้องการเผยแพร่ข่าวหรือบทความต้องให้เครดิตผู้แปลข่าวหรือบทความหรือ hongmarnz ++

_________________

Many Thanks to The KOP Pit'Lok for the Excellent Signature
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
tiggerz
จอมมารสะท้านภพ
จอมมารสะท้านภพ


เข้าร่วมเมื่อ: 11/05/2007
ตอบ: 4277
ที่อยู่: โต๊ะตัวนึงในออฟฟิศ

ตอบตอบ: 26/06/2011 12:38 pm    ชื่อกระทู้: Re: [บทความ]10 เหตุผลทางแทคติคที่จะนำหงส์คืนความยิ่งใหญ่ Par ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แปลแบบ ยาว ใหญ่ สไตล์ลุงเลิศ Very Happy Laughing Laughing Very Happy
_________________

Let's Flyyyyyyy Up Up Here we go Where we stop nobody knows
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
น้องตอร์
จอมมารสะท้านภพ
จอมมารสะท้านภพ


เข้าร่วมเมื่อ: 28/12/2008
ตอบ: 6177
ที่อยู่: ลาม พรุน

ตอบตอบ: 26/06/2011 12:39 pm    ชื่อกระทู้: Re: [บทความ]10 เหตุผลทางแทคติคที่จะนำหงส์คืนความยิ่งใหญ่ Par ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอบคุณคับลุงเลิศ Very Happy
_________________

GanG-Kiey FC. No.023 เข้าทู้ไหนทู้นั่นเน่าหมดไร้สาระโดยสิ้นเชิง บรรเทิงลูกเดียว Blush Blush
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
RedLiverbird
ศาสดามารพยากรณ์
ศาสดามารพยากรณ์


เข้าร่วมเมื่อ: May 18, 2006
ตอบ: 2467
ที่อยู่: อารามน้ำกามโลหิต ยอดเขาหงส์โลหิต หุบเขาหมื่นเซียนแสนกระบี่

ตอบตอบ: 26/06/2011 12:43 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Angry Gl เหตุผลที่ 11 ไอ้ต่อ กับแอนเลิกดู เวลาทีมเตะครับ และไอ้บาสเลิกลากพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ไปรวมใน MSN ตอนทีมเตะ Angry Gl
_________________
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว Yahoo
suatop
มารสด
มารสด


เข้าร่วมเมื่อ: Feb 23, 2007
ตอบ: 449

ตอบตอบ: 26/06/2011 12:52 pm    ชื่อกระทู้: Re: [บทความ]10 เหตุผลทางแทคติคที่จะนำหงส์คืนความยิ่งใหญ่ Par ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

กำลังรออะไรอย่างนี้อยู่เลย
ขอบคุณครับ
_________________
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
parker
ประมุขพรรคมาร
ประมุขพรรคมาร


เข้าร่วมเมื่อ: Jul 24, 2006
ตอบ: 16242
ที่อยู่: กรุงเทพเมืองสวรรค์

ตอบตอบ: 26/06/2011 1:27 pm    ชื่อกระทู้: Re: [บทความ]10 เหตุผลทางแทคติคที่จะนำหงส์คืนความยิ่งใหญ่ Par ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอบคุณครับลุง Smile
_________________
GanG-Kiey FC. No.014 "เข้าทู้ไหนทู้นั่นเน่าหมด"
เดินผ่านมาแล้วก็เดินผ่านไป เดินผ่านกู ๆ จะสบตาใคร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Joker
จอมมารสะท้านภพ
จอมมารสะท้านภพ


เข้าร่วมเมื่อ: 30/03/2010
ตอบ: 6477

ตอบตอบ: 26/06/2011 1:37 pm    ชื่อกระทู้: Re: [บทความ]10 เหตุผลทางแทคติคที่จะนำหงส์คืนความยิ่งใหญ่ Par ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ระวัง! เรากำลังจะกลับมา

Very Happy
_________________
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
alantaoriginal
จอมมารสะท้านภพ
จอมมารสะท้านภพ


เข้าร่วมเมื่อ: 03/07/2008
ตอบ: 3107

ตอบตอบ: 26/06/2011 3:40 pm    ชื่อกระทู้: Re: [บทความ]10 เหตุผลทางแทคติคที่จะนำหงส์คืนความยิ่งใหญ่ Par ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Like
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
whiteeasyr
จอมมารสะท้านภพ
จอมมารสะท้านภพ


เข้าร่วมเมื่อ: 18/01/2011
ตอบ: 3596
ที่อยู่: สมุทรปราการ

ตอบตอบ: 26/06/2011 4:36 pm    ชื่อกระทู้: Re: [บทความ]10 เหตุผลทางแทคติคที่จะนำหงส์คืนความยิ่งใหญ่ Par ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอบคุณมากๆๆๆๆครับลุงเลิศ Very Happy
_________________
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว ส่งอีเมล์ เข้าชมเว็บไซต์ MSN
WANS
จอมมารสะท้านภพ
จอมมารสะท้านภพ


เข้าร่วมเมื่อ: 11/02/2009
ตอบ: 3636
ที่อยู่: หลังแอนฟิวส์

ตอบตอบ: 26/06/2011 6:31 pm    ชื่อกระทู้: Re: [บทความ]10 เหตุผลทางแทคติคที่จะนำหงส์คืนความยิ่งใหญ่ Par ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอบคุณครับท่าน Smile
_________________
เป็นมนุษย์เป็นได้ที่ใจสูง เหมือนดั่งยูงมีดีที่แววขน แม้นใจต่ำเป็นได้แค่เพียงคน หากต่ำล้นแม้คนมิอาจเป็น
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว MSN
หอคอยปีศาจ
จอมมารสะท้านภพ
จอมมารสะท้านภพ


เข้าร่วมเมื่อ: Apr 27, 2006
ตอบ: 6019

ตอบตอบ: 26/06/2011 6:38 pm    ชื่อกระทู้: Re: [บทความ]10 เหตุผลทางแทคติคที่จะนำหงส์คืนความยิ่งใหญ่ Par ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

(เปิดตำนาน) Pass and Move "Bill Shankly"
_________________

The Return Of The King
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Fantastic`
โคตรมาร
โคตรมาร


เข้าร่วมเมื่อ: Jan 10, 2007
ตอบ: 2189

ตอบตอบ: 26/06/2011 7:15 pm    ชื่อกระทู้: Re: [บทความ]10 เหตุผลทางแทคติคที่จะนำหงส์คืนความยิ่งใหญ่ Par ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอบคุณครับ รู้รายละเอียดของการคุมของคิงได้มากขึ้น Smile
_________________
It only takes a second to say "I love you", but it will take a lifetime to show you how much
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว MSN
Arizmendy
มารสด
มารสด


เข้าร่วมเมื่อ: 05/06/2010
ตอบ: 705

ตอบตอบ: 26/06/2011 7:35 pm    ชื่อกระทู้: Re: [บทความ]10 เหตุผลทางแทคติคที่จะนำหงส์คืนความยิ่งใหญ่ Par ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Likeee !!
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
พ่อมดแฮร์รี่
จอมมารสะท้านภพ
จอมมารสะท้านภพ


เข้าร่วมเมื่อ: Mar 07, 2006
ตอบ: 3584
ที่อยู่: KMITL

ตอบตอบ: 26/06/2011 7:38 pm    ชื่อกระทู้: Re: [บทความ]10 เหตุผลทางแทคติคที่จะนำหงส์คืนความยิ่งใหญ่ Par ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอบคุณมากครับ
_________________
MzTTC No.4

Good Bye Sami Hyypia
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว เข้าชมเว็บไซต์
wesborland
มารเก๋า
มารเก๋า


เข้าร่วมเมื่อ: 17/09/2009
ตอบ: 1137

ตอบตอบ: 26/06/2011 8:13 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ขอบคุณครับ Smile
_________________
ชมรมเพาะกาย พระจอมเกล้าพระนครเหนือ ยินดีต้อนรับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    HongmarnZ.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> Marnz's Hot News ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
หน้า 1 จากทั้งหมด 2

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group

Forums ©
หน้าสำนักหงส์มารเข้าสำนักเผยแพร่ข่าวสารลาวโดดติดต่อหงส์มารสารบัญเว็บลานประลอง ค้นหา ลงโฆษณา ปุจฉา-วิสัชนา
© 2000-2005 by RightClick.Biz
Modified CMS from PHPNUKE
All logos and trademarks in this site are property of their respective owner. The comments are property of their posters, all the rest © 2005 by me.
You can syndicate our news using the file backend.php or ultramode.txt

Background Engine was Powered by PHP-Nuke